Apple iPhone 11 ราคา

Apple iPhone 11 เปิดตัวเมื่อ กันยายน 2019 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.1" ความละเอียด 828 x 1792pixels และความหนาแน่นพิกเซล 326ppi หนักเพียง 194g ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Single Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ
Apple iPhone 11 เปิดตัวเมื่อ กันยายน 2019 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.1" ความละเอียด 828 x 1792pixels และความหนาแน่นพิกเซล 326ppi หนักเพียง 194g ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Single Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ
ความจุ
ร้านค้าแนะนำใน JD CENTRAL
24,900 บาท
35,000 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple iPhone 11

บัตรเครดิต/เดบิต
เก็บเงินปลายทาง
โอนเงิน
Apple Iphone 11 64gb th มือ1 ของเข้าวันที่20
24,900 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
Apple Apple iPhone 11 4G 128GB
27,000 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
Apple iphone 11 64G/128G BLACK / SILVER / RED / YELLOW
27,999 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
Apple iPhone 11 64 GB สีม่วง 2 SIM ประกันศูนย์ 1 ปี HK
64GB
ม่วง
28,900 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
+ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติม
เก็บเงินปลายทาง
บัตรเครดิต/เดบิต
ATM
Online Banking
LINE Pay
Apple iPhone 11 64GB (เครื่องศุนย์ไทย)
24,900 บาท
สินค้าหมด

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
Apple iPhone 11 128GB (เครื่องศุนย์ไทย)
26,900 บาท
สินค้าหมด

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
Apple iPhone 11 256GB (เครื่องศูนย์ไทย)
30,900 บาท
สินค้าหมด

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPhone 11 ในไทยคือ 24,900 บาท

ซื้อ Apple iPhone 11 ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 24,900 บาท จาก JD CENTRAL ถูกกว่า Apple iPhone 11 ใน Topvalue ที่ขายในราคา 24,900 บาท ถึง 0%, หรือเลือกซื้อจาก Shopee2 และ Topvalue.
หรือเลือกซื้อ Apple iPhone 11 ใน อินโดนีเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 26,782 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 13,051 บาท และ สิงคโปร์ ที่ LazMall by Lazada ในราคาเพียง 25,521 บาท และ เวียดนาม ที่ Shopee ในราคาเพียง 26,018 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ October 2019.

โทรศัพท์ Apple iPhone 11 ยอดนิยม

ราคา Apple iPhone 11 ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
อินโดนีเซีย IDR 12.500.000 26,782 บาท
มาเลเซีย MYR 1,800.00 13,051 บาท
สิงคโปร์ SGD 1,149.00 25,521 บาท
ไทย THB 24,900 24,900 บาท
เวียดนาม VND 19.900.000 26,018 บาท

Apple iPhone 11 รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPhone 11 64GB ม่วง 28,900 บาท Shopee
Apple iPhone 11 128GB ขาว ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 128GB เขียว ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 256GB ขาว ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 64GB เหลือง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 128GB เหลือง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 64GB ขาว ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 256GB ดำ ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 64GB เขียว ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 128GB แดง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 128GB ม่วง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 256GB ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 256GB แดง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 256GB เขียว ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 256GB ม่วง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 256GB เหลือง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 128GB ดำ ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 64GB แดง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPhone 11 64GB ดำ ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPhone 11

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPhone 11

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 6.1"
ความละเอียดของหน้าจอ 828 x 1792pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 326ppi
ป้องกันการขีดข่วน มี
กันน้ำ มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12MP
กล้องคู่ มี
ความละเอียดกล้องหน้า 12MP
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 3110mAh
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผล Single Core
ระบบปฏิบัติการ iOS
ดีไซน์
น้ำหนัก 194g
ขนาด (W x H x D) 150.9 x 75.7 x 8.3mm
วัสดุตัวเครื่อง อะลูมิเนียม
หน่วยความจำ
หน่วยความจำขยายได้ ไม่มี
ช่องเสียบการ์ด ไม่มี
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2019
เดือนที่วางจำหน่าย กันยายน
คุณสมบัติ
วิทยุ FM ไม่มี
3 มิติ Touch มี
ไอริสสแกนเนอร์ ไม่มี
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ มี
การจดจำใบหน้า มี
กันน้ำ มี
ความสามารถแบบเสมือนจริง ไม่มี
เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ไม่มี
ไฟแจ้งเตือน LED ไม่มี
การเชื่อมต่อ
มาตรฐาน Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
NFC มี
ช่องเสียบ USB Lightning
ระบบเครือข่าย
สองซิม มี
ซิมการ์ด Nano-SIM

รีวิว Apple iPhone 11

blognone.com
รีวิวเมื่อ 2019-09-18
ดาวเด่นในงาน Keynote เดือนกันยายนของทุกปีนั้น อย่างไรก็ต้องเป็น iPhone ที่แอปเปิลมักเปิดตัวรุ่นใหม่พร้อมอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ iPhone 11 ที่หลายสื่อเห็นตรงกันว่ามีกล้องที่ดีสุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนของปีนี้ รวมทั้งจัดการพลังงานได้ดี ถ้าใช้งานทั...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
droidsans.com
รีวิวเมื่อ 2019-07-22
มาแล้ว มือถือที่ใครหลายคนต่างเฝ้ารอกันอย่าง iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ที่รอบนี้เปลี่ยนแปลงกล้องหลังยกชุด ใส่เลนส์ Ultra Wide และเพิ่มฟีเจอร์ถ่ายภาพในที่แสงน้อย Night Mode ว่าแต่ในกล่องจะมีอะไรแถมมาให้บ้าง ตอนนี้ดรอยด์แซนส์ได้เครื่องมา...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >