ราคา Apple iPhone 11 Pro Max

Apple iPhone 11 Pro Max เปิดตัวเมื่อ กันยายน 2019 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.5" ความละเอียด 1242 x 2688pixels และความหนาแน่นพิกเซล 458ppi หนักเพียง 226g ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12 + 12MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Hexa Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ
Apple iPhone 11 Pro Max เปิดตัวเมื่อ กันยายน 2019 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.5" ความละเอียด 1242 x 2688pixels และความหนาแน่นพิกเซล 458ppi หนักเพียง 226g ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12 + 12MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Hexa Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ
ความจุ
ร้านค้าแนะนำใน LazMall by Lazada
34,385 บาท
53,190 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple iPhone 11 Pro Max

เก็บเงินปลายทาง
บัตรเครดิต/เดบิต
เคาน์เตอร์ เซอร์วิส
ATM
Online Banking
LINE Pay
Apple For Iphone 11 Pro Max ศูนย์ไทย สภาพนางฟ้า
35,516 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

ไปยังร้านค้า
Apple For Iphone 11 Pro Max 64gb สีทอง ศูนย์ไทย สภาพนางฟ้า พร้อม Care+ ประกัน 2 ปี ประกันยาว 30-11-2564 ราคาเพียง 37900
37,900 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

ไปยังร้านค้า
Apple For Iphone 11 Pro MAX 256gb สีดำ ศูนย์ไทย ครบกล่อง สภาพนางฟ้า ประกันยาว 20-10-2563 เบต้าแบต 98% ราคาเพียง 38900
38,900 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

ไปยังร้านค้า
Apple For Iphone 11 Pro Max 256gb สีดำ ศูนย์ไทย สภาพนางฟ้า เบต้าแบต 98% ประกันยาว 20-10-2563 ราคาเพียง 38900
38,900 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

ไปยังร้านค้า
+ 1 ข้อเสนอเพิ่มเติม
บัตรเครดิต/เดบิต
เก็บเงินปลายทาง
โอนเงิน
Apple Apple Iphone 11 Pro Max - แอปเปิ้ล โทรศัพท์ลดราคาพิเศษ
ข้อเสนอสุดถูก
33,222 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปยังร้านค้า
Apple Apple Iphone 11 Pro Max 256Gb เครื่องใหม่ ประกันศูนย์ Apple Japan
33,800 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปยังร้านค้า
Apple Apple Iphone 11 Pro Max Th เครื่องศูนย์ไทย ประกัน 1ปี
34,290 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปยังร้านค้า
Apple Apple Iphone 11 Pro Max (Model J) /ร้าน Treemobile / Tree Mobile
34,599 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปยังร้านค้า
+ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติม

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPhone 11 Pro Max ในไทยคือ 34,415 บาท

ซื้อ Apple iPhone 11 Pro Max ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 34,415 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPhone 11 Pro Max ใน Robinson ที่ขายในราคา 39,845 บาท ถึง 14%, หรือเลือกซื้อจาก LazMall by Lazada2 และ Lazada.
หรือเลือกซื้อ Apple iPhone 11 Pro Max ใน ฮ่องกง ที่ Amazon ในราคาเพียง 33,382 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Tokopedia ในราคาเพียง 39,051 บาท และ มาเลเซีย ที่ Amazon ในราคาเพียง 33,382 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Amazon ในราคาเพียง 33,382 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Qoo10 ในราคาเพียง 20,789 บาท และ เวียดนาม ที่ HC ในราคาเพียง 41,636 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ August 2020.

โทรศัพท์ Apple iPhone 11 Pro Max ยอดนิยม

ราคา Apple iPhone 11 Pro Max ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 8,331.62 33,382 บาท
อินโดนีเซีย IDR 18.600.000 39,051 บาท
มาเลเซีย MYR 4,506.90 33,382 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 52,520.19 33,382 บาท
สิงคโปร์ SGD 919.00 20,789 บาท
ไทย THB 34,415 34,415 บาท
เวียดนาม VND 31.095.791 41,636 บาท

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPhone 11 Pro Max

รู้หรือไม่ คุณก็สามาถช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้หน้าอยู่ขึ้นได้เพียงซื้อ iPhone 7 Red

08 February 2018

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

Apple อัพเกรดยกแผงพร้อมเผย MacBook 2017 จัดเต็มประสิทธิภาพแน่นอน

05 February 2018

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

iPhone SEs สมาร์ทโฟนเครื่องจิ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋วที่เหล่าแฟนคลับต่างเฝ้ารอ

05 February 2018

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

สเปค Apple iPhone 11 Pro Max

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 6.5"
ความละเอียดของหน้าจอ 1242 x 2688pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 458ppi
ป้องกันการขีดข่วน มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12 + 12MP
กล้องคู่ มี
ความละเอียดกล้องหน้า 12MP
หน่วยความจำ
แรม 6GB
หน่วยความจำขยายได้ ไม่มี
ช่องเสียบการ์ด ไม่มี
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 3500mAh
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผล Hexa Core
ระบบปฏิบัติการ iOS
ดีไซน์
น้ำหนัก 226g
วัสดุตัวเครื่อง อะลูมิเนียม
ขนาด (W x H x D) 158 x 77.8 x 8.1mm
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2019
เดือนที่วางจำหน่าย กันยายน
การเชื่อมต่อ
มาตรฐาน Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax
NFC มี
ช่องเสียบ USB Lightning
ระบบเครือข่าย
สองซิม มี
ซิมการ์ด Nano-SIM
คุณสมบัติ
กันน้ำ มี

รีวิว Apple iPhone 11 Pro Max

droidsans.com
รีวิวเมื่อ 2020-03-05
หลายคนอาจจะสงสัยว่าระหว่าง Galaxy S20 Ultra ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อนำมาเทียบกับ iPhone 11 Pro Max ตัวท็อปจากฝั่ง Apple แบบตัวต่อตัว สมาร์ทโฟนรุ่นไหนจะมีสเปคที่คุ้มค่ากว่ากัน เพราะราคาเริ่มต้นถือว่าเปิดมาเท่ากันเป๊ะๆ ที่ 39...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
droidsans.com
รีวิวเมื่อ 2020-03-05
มาเทียบให้ดูกันอีกครั้งสำหรับ Samsung Galaxy vs Apple iPhone ที่ออกรุ่นใหม่มาเมื่อไหร่ ก็ต้องมาเทียบให้ได้เห็นกันถึงพัฒนาการ ซึ่งครั้งนี้ Galaxy S20 Ultra มีการพัฒนาเซนเซอร์ตัวใหม่ออกมาให้มีขนาดใหญ่ถึง 1/1.33″ ใหญ่ที่สุดในตลาดตอนนี้ พร้อมกับความสามารถด้าน...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
siamphone.com
รีวิวเมื่อ 2019-11-11
ซื้อ Nokia 9 PureView หรือ Nokia 8.1 รับฟรี Voucher สูงสุด 22,000 บาทเปิดภาพถ่ายจากกล้อง Nokia 9 PureView ด้วยเลนส์ ZEISSเปิดตัว Motorola One Action พร้อมโหมดถ่ายวีดีโอ UltraWide Action Cameraมาแล้ว! ราคา iPhone 11, 11 Pro และ 11 Pro Max ทั้งสามรุ่นจาก A...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
hitech.sanook.com
รีวิวเมื่อ 2019-09-29
กลับมาพบกับการรีวิว Smart Phone และ Gadget จากทีม Sanook! Hitech อีกครั้ง ในครั้งนี้สำหรับสาวกทั้งหลายที่รอคอยการมาของ iPhone 11 Series อาจจะต้องรอถึงวันที่ 18 ตุลาคม แต่ว่า ทีม Sanook! Hitech มีเครื่องจริงมารีวิวให้ได้อ่านกันสั้นๆ มาดูกันว่า ในการสัมผัสค...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
aripfan.com
รีวิวเมื่อ 2019-09-23
ย้อนกลับไปตอนเปิดตัว iPhone 6 Series เชื่อว่าหลายคนคงตั้งตัวแทบไม่ทัน เมื่ออยู่ดี ๆ ทาง Apple เปิดตัว iPhone พร้อมกันสองรุ่น และมีรุ่น ‘จอใหญ่' ให้เลือกใช้ครั้งแรกจนเป็นที่ฮือฮาพอควร ปัจจุบันทาง Apple ก็ยังสร้างความฮือฮาได้อีก หลังเปิดตัว iPhone 11 Pro แล...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >