ราคา Apple iPad Pro และสเปก

Apple iPad Pro เป็นแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับความละเอียด 265ppi ประมวลผลด้วย Hexa Core จับคู่กับแรม 4GB ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ กล้องหลังความละเอียด 12MP ล้านพิกเซล ให้ถ่ายรูปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ พกพาง่ายด้วยน้ำหนักเพียง 677g และความจุของตัวเครื่องก็มีมากถึง 512GB อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
Apple iPad Pro เป็นแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับความละเอียด 265ppi ประมวลผลด้วย Hexa Core จับคู่กับแรม 4GB ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ กล้องหลังความละเอียด 12MP ล้านพิกเซล ให้ถ่ายรูปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ พกพาง่ายด้วยน้ำหนักเพียง 677g และความจุของตัวเครื่องก็มีมากถึง 512GB อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ความจุ
ร้านค้าแนะนำใน Power Buy
ข้อเสนอสุดถูก
34,904 บาท
23,904 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple iPad Pro

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPad Pro ในไทยคือ 23,904 บาท

ซื้อ Apple iPad Pro ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 23,904 บาท จาก Power Buy.
หรือเลือกซื้อ Apple iPad Pro ใน ฮ่องกง ที่ Personal Digital ในราคาเพียง 31,155 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ weshop.co.id ในราคาเพียง 17,021 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 14,214 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Personal Digital ในราคาเพียง 31,155 บาท และ สิงคโปร์ ที่ LazMall by Lazada ในราคาเพียง 32,604 บาท และ เวียดนาม ที่ Bachlong.vn ในราคาเพียง 20,899 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ June 2019.

แท็บเล็ต Apple iPad Pro ยอดนิยม

ราคา Apple iPad Pro ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 8,265.47 31,155 บาท
อินโดนีเซีย IDR 8.178.992 17,021 บาท
มาเลเซีย MYR 2,000.00 14,214 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 54,334.24 31,155 บาท
สิงคโปร์ SGD 1,407.00 32,604 บาท
ไทย THB 23,904 23,904 บาท
เวียดนาม VND 16.490.000 20,899 บาท

Apple iPad Pro รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPad Pro 512GB Wi-Fi+Cellular เทา 34,904 บาท Power Buy
Apple iPad Pro 512GB Wi-Fi เงิน 29,904 บาท Power Buy
Apple iPad Pro 256GB Wi-Fi ทอง 24,904 บาท Power Buy
Apple iPad Pro 256GB Wi-Fi เทา ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Pro 128GB Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Pro 256GB Wi-Fi+Cellular เทา ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Pro 256GB Wi-Fi เงิน ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPad Pro

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPad Pro

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 12.9"
ความละเอียดหน้าจอ 2732 x 2048pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 265ppi
ทนต่อการขีดข่วน มี
เทคโนโลยีหน้าจอ IPS
มัลติทัช มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12MP
โฟกัสอัตโนมัติ มี
ความละเอียดวีดีโอ 4K
ความละเอียดกล้องหน้า 7MP
หน่วยความจำ
แรม 4GB
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 10891mAh
ทอล์คไทม์ 10h
ประเภทแบตเตอรี่ Li-Ion
หน่วยประมวลผล
หน่วยประมวลผลตระกูล Core Hexa Core
ความเร็วของหน่วยประมวลผล 2.4Ghz
สถาปัตยกรรมบิต 64BIT
ดีไซน์
น้ำหนัก 677g
สี สีทอง
ขนาด (W x H x D) 305.7 x 220.6 x 6.9mm
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล 512GB
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2017
ซอฟต์แวร์ 
ระบบปฏิบัติการ iOS 11
การเชื่อมต่อ
HDMI ไม่มี
LAN ไม่มี
พอร์ตตัวเชื่อมต่อ Micro USB
ได้รับการรับรองจาก DLNA ไม่มี
ระบบเครือข่าย
วิทยุ ไม่มี
ระบบนำทาง มี
บลูทูธ มี
4G มี
3G มี
NFC มี
มาตราฐาน Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
เครื่องเสียง
ไมโครโฟนในตัว มี
ประเภทของลำโพง Stereo

เกี่ยวกับดีไซน์ สเปค และราคา iPad Pro

เผยหน่วยความจำแบบบิ๊กบอสไม่ซ้ำใครไปกับ iPad Pro จาก Apple ประเทศไทย

เทคโนโลยีก้าวไกลกับ Apple iPad Pro หรือ iPad Pro ที่ทาง Apple ต่อยอดพัฒนามาจากไอแพดในแต่ละรุ่น ซึ่งรุ่นนี้เผยนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร โดยมีการเพิ่มหน่วยความจำของตัวเครื่องสูงถึง 256 GB แบบไม่ซ้ำใคร และยังสามารถใช้งานทดแทนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊คได้อย่างขาดลอย อีกทั้งรุ่นนี้ยังสามารถรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง Smart Keyboard และ Apple Pencilได้อีกด้วย รวมไปถึงขนาดหน้าจอที่มีให้เลือกใช้งานตามไลฟ์สไตล์ของคุณมากถึงสองไซส์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาด 9.7 นิ้ว ที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย หรืออัพเลเวลแบบเต็มขั้นด้วยขนาดใหญ่สุดพิเศษถึง 12.9 นิ้วที่ให้การใช้งานจุใจยิ่งขึ้นและเพลิดเพลินในทุกการแสดงผล แต่น้ำหนักเพียง 713 กรัม ที่ถือเป็นขนาดใหม่พิเศษที่ทาง Apple ไม่เคยทำมาก่อน ประกอบกับการใช้งานชิป A9X ที่เรียกได้ว่าเป็นชิปที่มีความแรงและเร็วที่สุดของ Apple ในปัจจุบัน iPad เครื่องนี้จึงทำงานได้อย่างรวดเร็วลื่นไหล มากไปกว่านั้น เพื่อตอบสนองความบันเทิงแบบเต็มขั้นไปกับ Apple iPad Pro แล้ว ทำให้รุ่นนี้มีลำโพงที่มากถึง 4 ตัวเพิ่มพลังเสียงให้กระหึ่มมากยิ่งขึ้นและยังสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง นับเป็นการใช้งานที่ยาวนานเลยทีเดียว ไม่ว่าจะใช้ทำงาน เล่นเกม หรือใช้งานรูปแบบไหนก็หมดห่วงเรื่องแบตเตอรี่ iPad Pro ตัวนี้จึงเป็นขวัญใจของสาวก iPad จาก Apple นั่นเอง

เปี่ยมไปด้วยความบันเทิงแบบเต็มรูปแบบของ iPad Pro จาก Apple ที่สาวกทั้งหลายไม่ควรพลาด

Apple iPad Pro รุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ไฮไลท์น้องใหม่อย่าง True Tone Display ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้หน้าจอสามารถปรับโทนสีได้ตามสภาพแสงจริงของห้อง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในที่แสงน้อยหรือแสงจ้า ฟีเจอร์ตัวนี้ก็จะช่วยถนอมสายตาคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้งานนาน ๆ ก็ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าที่ดวงตา แถมหน้าจอ iPad Pro ของ Apple ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ สามารถแสดงผลและสีสันได้คมชัดในทุกรายละเอียด ด้วยหน้าจอที่มีความละเอียดสูง และความหนาแน่นพิกเซล 264 ppi ทำให้ตอบสนองทุกความบันเทิงได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะดูวิดีโอ ดูหนัง ฟังเพลง หรือว่าเล่นเกมก็ได้อรรถรสถึงขีดสุด นอกจากนี้ความละเอียดตัวกล้องหลักก็มีมากถึง 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าอีก 1.2 ล้านพิกเซล ทำให้คุณสามารถใช้งานไหลลื่นได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือวิดีโอก็ได้ผลงานที่น่าประทับใจ เรียกว่า iPad Pro สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในการใช้งานของคุณจริง ๆ แล้วถ้าหากสนใจไอแพดตัวนี้ iPad Pro ราคาเริ่มต้นที่ 16,711 บาทเท่านั้น ทั้งยังมีส่วนลดกับโปรโมชั่นจากร้านค้าออนไลน์ในไทยอีกมากมาย

รีวิว Apple iPad Pro

aripfan.com
รีวิวเมื่อ 2015-11-13
แรกสัมผัส iPad Pro รุ่น 32GB Wi-Fi ซึ่งทีมงาน aripfan ได้มีโอกาสมาทำความรู้จักกับ iPad จอยักษ์ ที่ร้าน iBeat by SPVI สาขาเอสพลานาด รัชดา โดยผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้แล้วผ่าน Apple Online Store หรือที่ช็อป iStudio และ iBeatใหญ่ยิ่งกว่า iPad ทุกรุ่นที่เคยทำม...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >