ราคา Apple iPad Pro (2018)

ซื้อ iPad Pro 2018 เปิดตัวเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2018 ราคาเปิดตัว 28,900 บาท นอกจากนี้ยังมี iPad Pro 2018 ราคาเปิดตัว 33,900 บาท ในรุ่นขนาดจอ 11” Wi-Fi หน่วยความจำ 256GB iPad Pro 2018 ราคาเปิดตัว 40,900 บาท สำหรับรุ่นขนาดจอ 11” Wi-Fi 512GB และ iPad Pro 2018 ราคาเปิดตัว 54,900 บาท สำหรับรุ่นขนาดจอ 11” Wi-Fi 1TB ราคาไอแพดโปร 2018 นั้นเรียกว่าสุดคุ้มเพราะมาพร้อมกับสเปกจัดเต็ม หน้าจอขนาด 11 และ 12.9 นิ้ว ความละเอียด 2388 x 1668 พิกเซล พร้อมด้วยกล้องหน้า 7 MP และกล้องหลัง 12 MP หน่วยความจำ 256GB/ 512GB และ 1TB ความจุแบตเตอรี่ 2,900 mAh สามารถหาซื้อ iPad Pro 2018 ราคาถูกที่สุด 22,900 บาท ได้แล้วที่ Shopee

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ซื้อ iPad Pro 2018 เปิดตัวเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2018 ราคาเปิดตัว 28,900 บาท นอกจากนี้ยังมี iPad Pro 2018 ราคาเปิดตัว 33,900 บาท ในรุ่นขนาดจอ 11” Wi-Fi หน่วยความจำ 256GB iPad Pro 2018 ราคาเปิดตัว 40,900 บาท สำหรับรุ่นขนาดจอ 11” Wi-Fi 512GB และ iPad Pro 2018 ราคาเปิดตัว 54,900 บาท สำหรับรุ่นขนาดจอ 11” Wi-Fi 1TB ราคาไอแพดโปร 2018 นั้นเรียกว่าสุดคุ้มเพราะมาพร้อมกับสเปกจัดเต็ม หน้าจอขนาด 11 และ 12.9 นิ้ว ความละเอียด 2388 x 1668 พิกเซล พร้อมด้วยกล้องหน้า 7 MP และกล้องหลัง 12 MP หน่วยความจำ 256GB/ 512GB และ 1TB ความจุแบตเตอรี่ 2,900 mAh สามารถหาซื้อ iPad Pro 2018 ราคาถูกที่สุด 22,900 บาท ได้แล้วที่ Shopee

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ขนาดหน้าจอ

12.9"

ความละเอียดกล้องหลัง

12MP

แรม

6GB

ความจุแบตเตอรี่

3671mAh

ดีลแนะนำจาก Shopee
22,900 บาท
51,900 บาท
โค้ดลด 10%
ราคาเหลือ 21,900 บาท ข้อมูลเพิ่มเติม

เปรียบเทียบราคา Apple iPad Pro (2018)

บัตรเครดิต/เดบิต
เก็บเงินปลายทาง
โอนเงิน
Apple Ipad Pro 11Inch (2018) (ประกันศูนย์ไทย Th/A)
11\"
ข้อเสนอสุดถูก
22,900 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

คนไทยในประเทศ
ไปยังร้านค้า
Apple Ipad Pro 12.9" 2018 Cellular 256Gb
12.9\"
23,500 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

คนไทยในประเทศ
ไปยังร้านค้า
Apple Ipad Pro 12.9-Inch (2018) Wi-Fi 64Gb ครบกล่อง
12.9\"
24,900 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

คนไทยในประเทศ
ไปยังร้านค้า
Apple Ipad Pro 2018 11” เครื่องศูนย์ไทย มือ1
11\"
24,900 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

คนไทยในประเทศ
ไปยังร้านค้า
+ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติม

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPad Pro (2018) ในไทยคือ 22,900 บาท

ซื้อ Apple iPad Pro (2018) ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 22,900 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPad Pro (2018) ใน Power Buy ที่ขายในราคา 51,900 บาท ถึง 56%, หรือเลือกซื้อจาก LazMall by Lazada2 และ Power Buy.
หรือเลือกซื้อ Apple iPad Pro (2018) ใน อินโดนีเซีย ที่ Tokopedia ในราคาเพียง 26,477 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 17,492 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ LazMall by Lazada ในราคาเพียง 30,376 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Qoo10 ในราคาเพียง 32,593 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ October 2020.

แท็บเล็ต Apple iPad Pro (2018) ยอดนิยม

ราคา Apple iPad Pro (2018) ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
อินโดนีเซีย IDR 12.420.000 26,477 บาท
มาเลเซีย MYR 2,330.19 17,492 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 46,990.00 30,376 บาท
สิงคโปร์ SGD 1,419.00 32,593 บาท
ไทย THB 22,900 22,900 บาท

Apple iPad Pro (2018) รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPad Pro (2018) 11\" 22,900 บาท Shopee
Apple iPad Pro (2018) 12.9\" 23,500 บาท Shopee

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPad Pro (2018)

รู้หรือไม่ คุณก็สามาถช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้หน้าอยู่ขึ้นได้เพียงซื้อ iPhone 7 Red

08 February 2018

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

Apple อัพเกรดยกแผงพร้อมเผย MacBook 2017 จัดเต็มประสิทธิภาพแน่นอน

05 February 2018

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

iPhone SEs สมาร์ทโฟนเครื่องจิ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋วที่เหล่าแฟนคลับต่างเฝ้ารอ

05 February 2018

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

สเปค Apple iPad Pro (2018)

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 12.9"
ความละเอียดหน้าจอ 2048 x 2732pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 265ppi
ทนต่อการขีดข่วน ไม่มี
มัลติทัช มี
เทคโนโลยีหน้าจอ IPS
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12MP
ความละเอียดวีดีโอ Full HD
ความละเอียดกล้องหน้า 7MP
โฟกัสอัตโนมัติ ไม่มี
หน่วยความจำ
แรม 6GB
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 3671mAh
ประเภทแบตเตอรี่ Li-Polymer
หน่วยประมวลผล
หน่วยประมวลผลตระกูล Core Octa Core
สถาปัตยกรรมบิต 64BIT
ดีไซน์
น้ำหนัก 631g
ขนาด (W x H x D) 280.6 x 214.9 x 5.9mm
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2018
ซอฟต์แวร์
ระบบปฏิบัติการ iOS 12
ระบบเครือข่าย
มาตราฐาน Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
วิทยุ ไม่มี
ระบบนำทาง มี
บลูทูธ มี
4G มี
3G มี
NFC ไม่มี
การเชื่อมต่อ
พอร์ตตัวเชื่อมต่อ Type C
LAN ไม่มี
HDMI ไม่มี
ได้รับการรับรองจาก DLNA ไม่มี
เครื่องเสียง
ประเภทของลำโพง Stereo
ไมโครโฟนในตัว มี

iPad Pro 2018 ราคาสุดคุ้มกับการอัพเกรดจัดเต็มทุกเทคโนโลยี

คุ้มค่าสมการรอคอยกับ iPad Pro 2018 ที่เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉม iPad ที่หลาย ๆ คนรู้จักไปได้อย่างน่าประทับใจ ถามว่ามีการปรับปรุงเปลี่ยนอย่างไรบ้างนั้นก็ตามมาดูกันได้เลย

อัพเดพ iPad Pro 2018 ราคา กับ iPrice Thailand

  • Apple iPad Pro 2018 ราคาล่าสุด (Wi-Fi + Cellular) 64 GB เครื่องศูนย์ Model TH รับประกันศูนย์ 1 ปี ราคาเริ่มต้น 22,900 บาท จาก Shopee
  • ราคา iPad Pro 2018 ราคาล่าสุด (Wi-Fi + Cellular) iStudio by UFicon ราคาเริ่มต้น 33,900 บาท จาก LazMall
  • ราคา iPad Pro 2018 ราคาล่าสุด (Wi-Fi) 512 GB สี Silver 2018 ราคาเริ่มต้น 39,900 บาท จาก Power Buy
  • ราคา iPad Pro 2018 ราคา (Wi-Fi) 512 GB สี Silver ราคาเริ่มต้น 50,900บาท จาก Central
  • Apple iPad Pro 2018 ราคา ไอแพดโปร 2018 (Wi-Fi) 512GB สี Silver ราคาเริ่มต้น 50,900 บาท จาก Robinson Online

* iPad Pro 2018 ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ว๊าวไปกับ iPad Pro 2018 ราคาสุดคุ้มตามมาตรฐาน Apple

1. ใหม่หมดจดทุกเทคโนโลยี

  • จอภาพแบบใหม่ ด้วย Liquid Retina ที่เรียกได้ว่าใหญ่เต็มตาแบบจรดขอบจอ แปลกตากว่า iPad ทุกรุ่นที่เคยมีมา บอกได้เลยว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ iPad
  • ชิพใหม่ A12X Bionic ที่เรียกว่าฉลาดและทรงพลังที่สุดเท่าที่ Apple เคยสร้าง แถมยังรองรับระบบ Face ID สุดเจ๋งที่สแกนได้ทั้งแนวตั้งแนวนอน
  • ใหม่ก็ต้องคู่กับใหม่ เพราะไอแพดโปร 2018 นั้นรองรับ Apple Pencil ใหม่ รุ่นที่ 2 ที่มามาพร้อมแม่เหล็กสามารถติดกับตัวไอแพดโปร 2018 ได้เลย นอกจากจะสะดวกแล้วยังสามารถชาร์จไปได้ในตัวนะ ลืมปัญหาปากกาหล่นหายหรือหาไม่เจอตอนที่จำเป็นไปได้เลยจ้า แถมยังรองรับ Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio เรียกว่าต่อไว้แล่วคุณจะพบกับนิยามของคำว่าใช้งานง่ายและสะดวกกับชีวิต ซึ่งก็จะช่วยให้คุณสร้างสรรค์การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เคย

2. อัพเกรดขึ้นไปอีกขั้นด้วย iOS 12 ที่มาพร้อม FaceTime แบบกลุ่มคุยกันเป็นก๊วนให้หายคิดถึง

3. เต็มที่กับระบบเสียง 4 ลำโพง ให้คอหนัง คอเกมได้จัดหนักจัดเต็มกับเสียงสเตอริโอที่กว้างขึ้น ดังมากขึ้นพร้อมกับคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าที่เคย

4. แบตเตอรี่แบบอึด ๆ ที่เค้าเคลมว่าใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมงเชียวนะ

5. ช่องต่อสาย USB-C สำหรับชาร์จและใช้งานอุปกรณ์เสริม ก็เลยทำให้ iPad Pro 2018 นี้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ทำไมต้องเลือก iPad Pro 2018?

1. เชื่อไหม iPad Pro 2018 12.9” นี่คือไอแพดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้หลายคนจะมองว่ามันอาจไม่สะดวกต่อการพกพาไปไหนต่อไหน แต่เพราะมันใหญ่ขนากนี้แหละเลยทำช่วยเปิดโลทัศน์ให้เราได้มองเห็นภาพชัด ๆ เต็มตา ที่สำคัญสำหรับสายวาดภาพนั้นเรียกได้ว่าต้องหลงรัก เพราะขนาดจอที่กำลังพอดีที่จะวางมือขณะใช้งานได้แบบไม่ตกขอบ เลยทำให้วาดภาพหรือสร้างสรรค์งานต่าง ๆ ได้ถนัดขึ้นยังไงล่ะ นอกจากนี้เครื่องใหญ่แบตก็ใหญ่ขึ้นตามทำให้สามารถสแตนด์บายได้ยาวนานขึ้นนั่นเอง

2. สามารถใช้งาน Multitasking ได้สบาย ๆ เรียกได้ว่าเลือกเปิดแอปที่ต้องการได้แบบคนละครึ่งจอ แถมยังโยกย้าย ตัดต่อได้อย่างง่ายดาย สมกับที่บอกไว้ว่าของเค้าแรงจริง!

3. แรงจนหลายคนอยากจะใช้แทนโน๊ตบุ๊คเลยล่ะ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างที่ไม่อาจใช้งานได้เต็มที่ทุกฟังก์ชัน หรือโปรแกรมหนัก ๆ ได้อย่างในโน๊ตบุ๊คนั่นเอง

พร้อมแล้วหรือยังกับประสบการณ์ใหม่ที่จะเปลี่ยนโลกของแท็บเล็ตที่คุณคุ้นเคยไปตลอดกาล ถ้าใจบอกว่าใช่ก็จับเม้าส์ให้สบาย ๆ แล้วมาเลือกช้อปปิ้งกับ iPrice Thailand ที่จะมาเป็นผู้ช่วยให้คุณค้นหา ตรวจสอบราคา iPad Pro 2018 ราคา iPad Pro 2018 ราคาล่าสุดและโปรโมชั่นต่าง ๆ จากสินค้า Apple ที่คุณต้องการ ให้คุณได้เลือก ราคา Apple iPad, ราคา โทรศัพท์และแท็บเล็ต Apple iPad, อุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์และแท็บเล็ต Apple iPad ช้อปปิ้งอย่างคุ้มค่าที่สุด ดีที่สุด แต่ถ้ายังไม่เต็มอิ่มกับข้อมูลก็คลิกรีวิว iPad Pro 2018 มาแล้วจ้า สเปคดีแค่ไหนมาดูกัน!!!