เปรียบเทียบราคา Apple iPad mini 4

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPad mini 4 ในไทยคือ 11,999 บาท

ซื้อ Apple iPad mini 4 ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 11,999 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPad mini 4 ใน Power Buy ที่ขายในราคา 19,900 บาท ถึง 40%, หรือเลือกซื้อจาก AliExpress2 และ Lazada.
หรือเลือกซื้อ Apple iPad mini 4 ใน ฮ่องกง ที่ Amazon ในราคาเพียง 10,876 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Bukalapak ในราคาเพียง 8,675 บาท และ มาเลเซีย ที่ Amazon ในราคาเพียง 10,875 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Takatack ในราคาเพียง 10,629 บาท และ สิงคโปร์ ที่ AliExpress ในราคาเพียง 12,692 บาท และ เวียดนาม ที่ Hnammobile ในราคาเพียง 10,496 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ November 2018.

แท็บเล็ต Apple iPad mini 4 ยอดนิยม

ราคา Apple iPad mini 4 ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 2,584.00 10,876 บาท
อินโดนีเซีย IDR 3.900.000 8,675 บาท
มาเลเซีย MYR 1,383.80 10,875 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 17,100.00 10,629 บาท
สิงคโปร์ SGD 531.10 12,692 บาท
ไทย THB 11,999 11,999 บาท
เวียดนาม VND 7.399.000 10,496 บาท

Apple iPad mini 4 รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPad mini 4 128GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi + Cellular 19,900 บาท Power Buy
Apple iPad mini 4 64GB เงิน Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 128GB เงิน Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 64GB เงิน Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 64GB ทอง Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB เงิน Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB เงิน Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 64GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB ทอง Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 128GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi 14,590 บาท Advice Online
Apple iPad mini 4 64GB ทอง Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 128GB ทอง Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 128GB เงิน Wi-Fi 12,890 บาท Lazada
Apple iPad mini 4 128GB ทอง Wi-Fi 13,990 บาท Lazada
Apple iPad mini 4 16GB ทอง Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPad mini 4

รู้หรือไม่ คุณก็สามาถช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้หน้าอยู่ขึ้นได้เพียงซื้อ iPhone 7 Red

08 February 2018

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


Apple อัพเกรดยกแผงพร้อมเผย MacBook 2017 จัดเต็มประสิทธิภาพแน่นอน

05 February 2018

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


iPhone SEs สมาร์ทโฟนเครื่องจิ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋วที่เหล่าแฟนคลับต่างเฝ้ารอ

05 February 2018

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPad mini 4

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 7.9"
ความละเอียดหน้าจอ 2048 x 1536pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 326ppi
มัลติทัช มี
ทนต่อการขีดข่วน ไม่มี
เทคโนโลยีหน้าจอ IPS
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 8MP
โฟกัสอัตโนมัติ มี
ความละเอียดกล้องหน้า 1.2MP
ความละเอียดวีดีโอ ไม่ทราบ
หน่วยความจำ
แรม 2GB
ประเภทหน่วยความจำ DDR3
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 5124mAh
ทอล์คไทม์ 10h
ประเภทแบตเตอรี่ Li-Polymer
หน่วยประมวลผล
หน่วยประมวลผลตระกูล Core Dual Core
ความเร็วของหน่วยประมวลผล 2.4Ghz
สถาปัตยกรรมบิต 64BIT
ดีไซน์
น้ำหนัก 299g
ขนาด (W x H x D) 203.2 x 134.8 x 6.1mm
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล 128GB
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2015
ซอฟต์แวร์ 
ระบบปฏิบัติการ iOS 11
การเชื่อมต่อ
พอร์ตตัวเชื่อมต่อ USB-A 2.0
LAN ไม่มี
HDMI ไม่มี
มาตรฐานสตรีมมิ่ง WiDi
ได้รับการรับรองจาก DLNA ไม่มี
ระบบเครือข่าย
วิทยุ ไม่มี
ระบบนำทาง มี
บลูทูธ มี
4G ไม่มี
3G ไม่มี
NFC ไม่มี
มาตราฐาน Wi-Fi 802.11ac
เครื่องเสียง
ประเภทของลำโพง Stereo
ไมโครโฟนในตัว มี

เกี่ยวกับดีไซน์ สเปค และราคา iPad Mini 4

iPad Mini 4 ไอแพดมินิกับคุณภาพเกินคุ้มจาก Apple ประเทศไทย

ความสามารถของ iPad Mini 4 นั้นไม่ได้เล็กเหมือนกับชื่อ เพราะ Apple จัดเต็มประสิทธิภาพการทำงานและดีไซน์มาไว้ในไอแพด (iPad) รุ่นนี้ มีความพิเศษด้วยตัวเครื่องขนาด ‘มินิ’ ที่มีความเล็ก เบา และบางกว่ารุ่นอื่น ๆ ทั้งยังมาพร้อมความสามารถเกินตัว Apple iPad Mini 4 ตัวนี้จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ตัวเครื่องประมวลผลด้วยชิป A8 64-bit ซึ่งเป็นชิปรุ่นที่ 2 จาก Apple ช่วยให้การใช้งานทุกรูปแบบเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพการทำงานเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเลยทีเดียว แล้วชิปตัวนี้ไม่เพียงแค่ทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว หรือลื่นไหลเท่านั้น แต่ยังยกประสิทธิภาพการแสดงผลกราฟิกบนหน้าจอ จึงให้ถ่ายทอดรายละเอียดของการแสดงผลได้อย่างเหนือชั้นบนจอภาพแบบ Retina จะเล่นเกม, ตัดต่อวิดีโอ หรือการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่เน้นกราฟิกอย่างการออกแบบหรือสร้างโมเดลก็ทำได้แบบไร้ปัญหา นอกจากนี้ยังมีโปรเซสเซอร์ร่วม M8 ที่ใช้สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหวซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องถึง 5 ตัว ได้แก่ บารอมิเตอร์, ไจโรสโคป, อุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว, GPS และเข็มทิศ ซึ่งช่วยในการประหยัดพลังงานให้กับตัวเครื่องด้วย ผนวกรวมกับความอึดของแบตเตอรี่ทำให้ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว ไอแพดมินิ 4 จึงเป็น iPad อีกหนึ่งรุ่นที่สาวกทั้งหลายของ Apple ต้องครอบครองกันให้ได้ หรือหากใครไม่ใช่สาวก Apple แต่อยากได้แท็บเล็ตแรง ๆ มาใช้งาน iPad Mini 4 ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าไม่น้อย

ดีไซน์สวยล้ำน่าสัมผัสของ iPad Mini 4 จาก Apple Thailand

iPad Mini 4 มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีความเล็ก เบา และบางราวกับชื่อ ‘มินิ’ ของมันนั่นเองซึ่งเหมาะกับการพกพา ไม่ว่าจะใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน, ใส่ในกระเป๋าคลัตช์ หรือกระเป๋าเป้ก็ทำได้สบาย ๆ ตัวเครื่องมีความบางลงจากรุ่นก่อนถึง 18% เหลือเพียง 6.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเบาเพียง 298.8 กรัม และยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมกับจอภาพที่ยกระดับประสิทธิภาพให้ดีขึ้นซึ่งจากรุ่นก่อน ๆ หน้าจอจะมีกระจกจอภาพ เซ็นเซอร์สัมผัส และ LCD แยกออกจากกัน แต่ในรุ่นนี้ Apple ได้ผสานทั้ง 3 เลเยอร์เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ไม่มีช่องว่างซึ่งไม่ก่อให้เกิดแสงสะท้อนสามารถใช้งานได้แม้อยู่ท่ามกลางแดดจ้า หน้าจอของ iPad Mini 4 นั้นเป็นหน้าจอ Retina ขนาด 7.9 นิ้ว ความละเอียด 2048 × 1536 พิกเซล ที่ได้รับการออกแบบให้มีความอิ่มตัวของสีมากกว่าเดิมถึง 44% ทำให้ได้สีที่สดใส คมชัด และมีชีวิตชีวามากขึ้น iPad Mini 4 มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีเงิน สีทอง สีเทาสเปซเกรย์ และมีให้เลือก 2 ประเภท คือ รุ่น Wi-Fi และรุ่น Wi-Fi + Cellular มีขนาดความจุให้เลือก 3 ขนาด คือ 16, 64 และ 128 GB ซึ่งหากต้องการค้นหา iPad Mini 4 ราคาหรือว่า iPad Mini 4 รีวิว เราก็มีให้ดูที่นี่ที่เดียวครบ แล้วอีกอย่างราคา iPad Mini 4 ก็เริ่มต้นเพียง 12,091 เท่านั้น ถือเป็นราคาถูก ราคาดี และราคาล่าสุดที่ทางเราคัดสรรส่วนลดกับโปรโมชั่นจากร้านค้าออนไลน์ทั่วไปมาบริการ