ราคา Apple iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular 64GB ทอง

เปรียบเทียบราคา Apple iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular 64GB ทอง

แท็บเล็ต Apple iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular 64GB ทอง ยอดนิยม

Apple iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular 64GB ทอง รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPad mini 4 64GB ทอง Wi-Fi 7,500 บาท Shopee
Apple iPad mini 4 64GB ทอง Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB ทอง Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 128GB เงิน Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB ทอง Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 64GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 64GB เงิน Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 128GB ทอง Wi-Fi 7,900 บาท Shopee
Apple iPad mini 4 16GB เงิน Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 16GB เงิน Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 4 128GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi 12,904 บาท JD CENTRAL
Apple iPad mini 4 128GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi + Cellular 8,904 บาท JD CENTRAL
Apple iPad mini 4 128GB ทอง Wi-Fi + Cellular 8,904 บาท JD CENTRAL
Apple iPad mini 4 128GB เงิน Wi-Fi 8,904 บาท JD CENTRAL
Apple iPad mini 4 64GB เงิน Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular 64GB ทอง

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular 64GB ทอง

วันวางจำหน่ายสินค้าใน ประเทศไทย
รุ่นiPad mini 4
วันที่Jan 2016
หน่วยประมวลผล
ตระกูลของหน่วยประมวลผลApple
รุ่นของหน่วยประมวลผลA8
แกนหน่วยประมวลผล2
ตัวประมวลผลร่วมมี
รูปแบบตัวประมวลผลร่วมM8
หน้าจอแสดงผล
ขนาดหน้าจอแบบทแยง20.1 ซม. (7.9 นิ้ว)
ความละเอียดของจอแสดงผล2048 x 1536 พิกเซล
ไฟ LED backlightมี
หน้าจอสัมผัสมี
เทคโนโลยีระบบสัมผัสสัมผัสหลายจุด (มัลติทัช)
เทคโนโลยีจอแสดงผลIPS
รูปแบบของการสัมผัสหน้าจอคาปาซิทีฟ
ความหนาแน่นพิกเซล326 ppi
สัดส่วนของรูปทรง4:3
โหมดการอ่านมี
เสียง
ลำโพงในตัว (s)มี
ไมโครโฟนในตัวมี
จำนวนลำโพงในตัว2
ช่วงความถี่20 - 20000 Hz
พอร์ตและการเชื่อมต่อ
ช่องเสียบหูฟังและไมค์ร่วมกันมี
การเชื่อมต่อแบบ MHL (Mobile High-Definition Link)ไม่มี
ช่องเสียบไมโครโฟนไม่มี
การเชื่อมต่อหูฟัง3.5 มิลลิเมตร
หัวต่อแบบ Lightningมี
ช่องเสียบหูฟังมี
น้ำหนักและขนาด
ความกว้าง134.8 มม.
ความลึก6.1 มม.
ความสูง203.2 มม.
น้ำหนัก304 กรัม
ระบบเครือข่าย
3Gมี
4Gมี
บลูทูธมี
มาตรฐาน Wi-FiWi-Fi 5 (802.11ac)
มาตรฐาน Wi-Fi802.11a,802.11g,Wi-Fi 5 (802.11ac),802.11b,Wi-Fi 4 (802.11n)
อัตราการส่งข้อมูลแบบ WI-FI (ไร้สาย) สูงสุด300 Mbit/s
เวอร์ชั่นของบลูทูธ4.2
ฟังก์ชันสำหรับอ่านข้อมูลแบบสตรีมมิ่งมี
2Gมี
มาตรฐาน 2GEDGE,GSM
มาตรฐาน 3GDC-HSDPA,HSPA,HSPA+,UMTS
มาตรฐาน 4GLTE
คลื่นความถี่ 2G (ซิม 1)850,900,1800,1900 MHz
รองรับระบบ 3G850,900,1700,1900,2100 MHz
หน่วยจัดเก็บข้อมูล
ความจุหน่วยจัดเก็บข้อมูลภายใน64 GB
รวมอุปกรณ์อ่านการ์ดไม่มี
การ์ดหน่วยความจำที่รองรับไม่รองรับ
แหล่งเก็บข้อมูลแฟลช
ซอฟต์แวร์
แพลตฟอร์มiOS
ระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งiOS
เวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการ9
ซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมกันFaceTime\Safari\Siri\iTunes Store\App Store\iBooks\Game Center\Photo Booth
รองรับระบบปฏิบัติการ WindowsWindows 10 Education,Windows 10 Enterprise,Windows 10 Home,Windows 10 Pro,Windows 7 Enterprise,Windows 7 Home Basic,Windows 7 Home Premium,Windows 7 Professional,Windows 7 Starter,Windows 7 Ultimate,Windows 8,Windows 8 Enterprise,Windows 8 Pro,Windows 8.1,Windows 8.1 Enterprise,Windows 8.1 Pro
รองรับระบบปฏิบัติการ MacMac OS X 10.10 Yosemite,Mac OS X 10.11 El Capitan,Mac OS X 10.8 Mountain Lion,Mac OS X 10.9 Mavericks
กล้อง
กล้องหลังมี
ความละเอียดของกล้องหลัง (เชิงตัวเลข)8 MP
กล้องหน้ามี
ออโต้โฟกัสมี
การบันทึกวิดีโอมี
ความละเอียดวิดิโอสูงสุด1920 x 1080 พิกเซล
โหมดการบันทึกวิดีโอ1080p,720p
ความเร็วในการจับภาพวิดีโอ30 fps
ตัวป้องกันการสั่นของวิดีโอมี
ระบบตรวจจับใบหน้ามี
ความละเอียดของกล้องหน้า (เชิงตัวเลข)1.2 MP
เทคโนโลยีสะกดรอยตามข้อมูลที่ระบุพิกัดมี
กล้องหมุนรอบทิศทางไม่มี
แบตเตอรี่
เทคโนโลยีของแบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ (LiPo)
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ (สูงสุด)10 ชม.
ความจุของแบตเตอรี่ (วัตต์ ชั่วโมง)19.1 Wh
ระยะเวลาในการตรวจหาสัญญาณ Wi-Fi10 ชม.
ระยะเวลาในการค้นหา (3G)9 ชม.
ระยะเวลาในการค้นหา (4G)9 ชม.
การออกแบบ
รูปแบบกระดานชนวน
สีของผลิตภัณฑ์ทองคำ
ประเภทอุปกรณ์มินิแท็บเลต
ประสิทธิภาพ
GPSมี
ระบบนำทางมี
เครื่องวัดอัตราเร่งมี
เซ็นเซอร์ตรวจจับแสงสว่างโดยรอบมี
เครื่องวัดการแกว่งมี
ระบบ GLONASSมี
เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์มี
บารอมิเตอร์, เครื่องวัดความกดอากาศมี

รีวิว Apple iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular 64GB ทอง

thaiware.com
รีวิวเมื่อ 2019-03-20
หลังจากปล่อยให้รอกันมาอย่างยาวนานเกือบ 4 ปี จนหลายคนเลิกรอไปแล้ว ในที่สุด Apple ก็อัปเดตเปิดตัว iPad mini รุ่นใหม่ออกมาสักที แม้ว่าหน้าตาภายนอกของ iPad mini 5 จะแทบไม่ต่างจาก iPad mini 4 เลย แต่ที่จริงทาง Apple ก็อัปเกรดฮาร์ดแวร์ภายในให้แบบจัดเต็มอยู่นะ จ...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >