ราคา Apple iPad mini 3

หากคุณกำลังมองหาแท็บเล็ตดี ๆ สักเครื่อง เราขอให้คุณพิจารณา Apple iPad Mini 3 เป็นลำดับแรก เนื่องด้วย Apple มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ให้ตัวเครื่อง Apple iPad Mini 3 ซึ่งมีฟีเจอร์ที่ใช้สำหรับตรวจสอบลายนิ้วมือ (Finger Print)ที่ช่วยในการรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเครื่อง มาค้นหาข้อเสนอคุ้มค่า คุ้มราคา ที่ทาง ipriceThailand รวบรวมมาไว้ให้กับคุณ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่าง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณกำลังมองหาแท็บเล็ตดี ๆ สักเครื่อง เราขอให้คุณพิจารณา Apple iPad Mini 3 เป็นลำดับแรก เนื่องด้วย Apple มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ให้ตัวเครื่อง Apple iPad Mini 3 ซึ่งมีฟีเจอร์ที่ใช้สำหรับตรวจสอบลายนิ้วมือ (Finger Print)ที่ช่วยในการรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเครื่อง มาค้นหาข้อเสนอคุ้มค่า คุ้มราคา ที่ทาง ipriceThailand รวบรวมมาไว้ให้กับคุณ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่าง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ร้านค้าแนะนำใน Shopee
11,500 บาท
12,900 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple iPad mini 3

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPad mini 3 ในไทยคือ 11,500 บาท

ซื้อ Apple iPad mini 3 ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 11,500 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPad mini 3 ใน JD CENTRAL ที่ขายในราคา 11,904 บาท ถึง 3%.
หรือเลือกซื้อ Apple iPad mini 3 ใน อินโดนีเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 9,561 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 8,077 บาท และ เวียดนาม ที่ Fam.vn ในราคาเพียง 10,633 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ September 2020.

แท็บเล็ต Apple iPad mini 3 ยอดนิยม

ราคา Apple iPad mini 3 ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
อินโดนีเซีย IDR 4.500.000 9,561 บาท
มาเลเซีย MYR 1,063.20 8,077 บาท
ไทย THB 11,500 11,500 บาท
เวียดนาม VND 7.790.000 10,633 บาท

Apple iPad mini 3 รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPad mini 3 64GB เงิน Wi-Fi 11,904 บาท JD CENTRAL
Apple iPad mini 3 16GB เงิน Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 3 64GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 3 64GB ทอง Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 3 64GB เทาสเปซเกรย์ Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad mini 3 128GB ทอง Wi-Fi ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPad mini 3

รู้หรือไม่ คุณก็สามาถช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้หน้าอยู่ขึ้นได้เพียงซื้อ iPhone 7 Red

08 February 2018

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

Apple อัพเกรดยกแผงพร้อมเผย MacBook 2017 จัดเต็มประสิทธิภาพแน่นอน

05 February 2018

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

iPhone SEs สมาร์ทโฟนเครื่องจิ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋วที่เหล่าแฟนคลับต่างเฝ้ารอ

05 February 2018

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

สเปค Apple iPad mini 3

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 7.9"
ความละเอียดหน้าจอ 1536 x 2048pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 324ppi
ทนต่อการขีดข่วน มี
เทคโนโลยีหน้าจอ IPS
มัลติทัช มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 5MP
โฟกัสอัตโนมัติ มี
ความละเอียดกล้องหน้า 1.2MP
หน่วยความจำ
แรม 1GB
ประเภทหน่วยความจำ DDR3
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 6470mAh
ทอล์คไทม์ 10h
ประเภทแบตเตอรี่ Li-Polymer
หน่วยประมวลผล
หน่วยประมวลผลตระกูล Core Dual Core
ความเร็วของหน่วยประมวลผล 1.3Ghz
สถาปัตยกรรมบิต 64BIT
ดีไซน์
น้ำหนัก 331g
ขนาด (W x H x D) 200 x 134.7 x 7.5mm
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2014
ซอฟต์แวร์
ระบบปฏิบัติการ iOS
ระบบเครือข่าย
วิทยุ ไม่มี
ระบบนำทาง มี
บลูทูธ มี
4G มี
3G มี
NFC ไม่มี
มาตราฐาน Wi-Fi 802.11g
การเชื่อมต่อ
LAN ไม่มี
HDMI มี
ได้รับการรับรองจาก DLNA ไม่มี
พอร์ตตัวเชื่อมต่อ Micro USB 2.0
เครื่องเสียง
ไมโครโฟนในตัว มี
ประเภทของลำโพง Stereo

ราคาในแต่ละประเทศ

แหล่งรวมความบันเทิงแบบเต็มรูปแบบของ Apple iPad Mini 3

นวัตกรรมของ Apple ถือเป็นที่ต้องการของคนไทยเป็นอย่างมาก และหากเปรียบสมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือสื่อสารแบบอัจฉริยะแล้ว แท็บเล็ตก็เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ควรค่าแก่ความบันเทิงทั้งปวงเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะด้วยขนาดที่เล็กกระทัดรัด พกพาสะดวกแล้ว ยังเป็นแหล่งร่วมสื่อมัลติมีเดียอย่างครบครัน นั่นเป็นสาเหตุให้ทาง Apple เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตัวเองให้มีประสิทธิภาพล้ำหน้ากว่าแท็บเล็ตแบรนด์อื่น ๆ และแน่นอน Apple iPad Mini 3 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความบันเทิงอย่างครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานของคุณ เนื่องด้วยมีขนาดเล็กที่พกพาไปไหนมาไหนอย่างสะดวกสบายแล้ว ยังมีน้ำหนักเพียงแค่ 341 กรัมเท่านั้น ประกอบกับมีขนาดหน้าจอที่กว้างถึง 7.9 นิ้ว (แนวทะแยง) บวกเพิ่มกับคุณภาพหน้าจอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันที่มีความละเอียดสูงถึง 1536 x 2048 พิกเซล (326 ppi)ทำให้การแสดงผลสอดคล้องกับตัวกล้องได้อย่างลงตัว เพราะ Apple iPad Mini 3 มีความละเอียดกล้องอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล และยังมีกล้องหน้าที่สามารถเซลฟี่อย่างลื่นไหลไม่สะดุดกับความละเอียดถึง 1.2 ล้านพิกเซลอีกด้วย Apple iPad Mini 3 ยังทำให้คุณหมดกังวลกับการใช้งานหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายภาพ, บันทึกวิดีโอ หรือแม้แต่การใช้งานแอพลิเคชั่นในหลาย ๆ รูปแบบ เพราะ Apple iPad Mini 3 มีหน่วยความจำให้คุณได้เลือกซื้อหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็น 16 GB, 32 GB, 64 GB หรือมีสูงสุดถึง 128 GB เลยทีเดียว

รองรับทุกความบันเทิงในอนาคตไปกับ Apple iPad Mini 3

สำหรับ Apple iPad Mini 3 นั้นมาพร้อมกับ iOS 8 อันทันสมัย ประกอบกับตัวเครื่องที่สามารถรองรับสัญญานได้ถึง 4G ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหาการใช้งานในอนาคต พร้อมหน่วยประมวลผล Apple A7 (64 bit) Dual Core ที่มีความเร็วสูงถึง 1.3 GHz เรียกได้ว่า ลื่นไหล ไม่สะดุดทุกการใช้งาน รวมไปถึงการบรรจุพลังงานแบตเตอรี่ที่สูงถึง 6,470 mAh เป็นที่แน่นอนว่าสเปคทั้งหมดนี้ต่างไม่สามารถมองข้ามไปได้

รีวิว Apple iPad mini 3

techmoblog.com
รีวิวเมื่อ 2014-08-06
ยังคงเป็น iPad ที่น่าสนใจเหมือนเช่นเคย กับ iPad mini 2 หรือ iPad mini with Retina Display ที่มาพร้อมกับ ความสดใหม่กว่าเดิม โดยถึงแม้ว่า iPad mini 2 นั้น จะมีขนาดหน้าจอเท่ากับรุ่นแรก ที่ขนาด 7.9 นิ้ว แต่มาหน้าจอแบบ Retina Display ที่คมชัดยิ่งขึ้น และละเอีย...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
kafaak.com
รีวิวเมื่อ 2014-07-17
เมื่อพูดถึงแท็บเล็ตแล้ว ในความเห็นส่วนตัวของผม ขนาดที่เหมาะมือที่สุด พกพาสะดวกที่สุด ในขณะที่ยังคงสามารถใช้งานในฐานะแท็บเล็ตได้อย่างสบายใจ ก็น่าจะเป็นขนาดหน้าจอประมาณ 7 นิ้วต้นๆ ไปจนถึงแถมๆ 8 นิ้วกลางๆ นี่แหละครับ และเมื่อมาดูในท้องตลาดตอนนี้แล้ว ก็เห็นได...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
specphone.com
รีวิวเมื่อ 2013-12-04
จากปีที่แล้ว ที่ Apple ได้เปิดตัวและวางจำหน่าย iPad mini ซึ่งนับเป็นผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ ไม่เชิงว่าเป็นการย่อส่วน iPad ตรงๆ ซึ่งกระแสตอบรับจากตลาดจัดว่าดีมาก เนื่องด้วยจุดเด่นของมันคือขนาดที่พกพาง่าย น้ำหนักเบา แถมยังได้ประสบการณ์การใช้งานที่ไม่แตกต่างจาก iP...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
specphone.com
รีวิวเมื่อ 2012-11-21
หนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มาแรงในช่วงปลายปี 2012 นี้มากก็คือส่วนของแท็บเล็ตที่มีหน้าจออยู่ในช่วง 7″ เนื่องด้วยเป็นขนาดหน้าจอที่สมดุลกันระหว่างพื้นที่การแสดงผลกับความสามารถในการพกพา จนทำให้เราได้เห็นเจ้าตลาดแท็บเล็ตรายใหญ่อย่าง Apple กระโดดลงมาทำแท็บเล็ตขนาดเล็กด้ว...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >