เปรียบเทียบราคา Apple iPad Air

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPad Air ในไทยคือ 11,900 บาท

ซื้อ Apple iPad Air ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 11,900 บาท จาก JD CENTRAL ถูกกว่า Apple iPad Air ใน Power Buy ที่ขายในราคา 17,900 บาท ถึง 34%, หรือเลือกซื้อจาก Shopee2 และ Lazada.
หรือเลือกซื้อ Apple iPad Air ใน ฮ่องกง ที่ Amazon ในราคาเพียง 15,241 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Blanja ในราคาเพียง 12,708 บาท และ มาเลเซีย ที่ Amazon ในราคาเพียง 15,241 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Galleon ในราคาเพียง 6,189 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Qoo10 ในราคาเพียง 11,114 บาท และ เวียดนาม ที่ Fado ในราคาเพียง 4,640 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ September 2019.

แท็บเล็ต Apple iPad Air ยอดนิยม

ราคา Apple iPad Air ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 3,903.40 15,241 บาท
อินโดนีเซีย IDR 5.849.000 12,708 บาท
มาเลเซีย MYR 2,089.12 15,241 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 10,570.00 6,189 บาท
สิงคโปร์ SGD 500.00 11,114 บาท
ไทย THB 11,900 11,900 บาท
เวียดนาม VND 3.518.948 4,640 บาท

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPad Air

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPad Air

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 9.7"
ความละเอียดหน้าจอ 1536 x 2048pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 264ppi
เทคโนโลยีหน้าจอ IPS
มัลติทัช มี
ทนต่อการขีดข่วน มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 5MP
ความละเอียดกล้องหน้า 1.2MP
โฟกัสอัตโนมัติ มี
ความละเอียดวีดีโอ Full HD
หน่วยความจำ
แรม 1GB
ประเภทหน่วยความจำ DDR3
หน่วยประมวลผล
หน่วยประมวลผลตระกูล Core Dual Core
ความเร็วของหน่วยประมวลผล 1.3Ghz
ดีไซน์
น้ำหนัก 469g
ขนาด (W x H x D) 240 x 169.5 x 7.5mm
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2013
ซอฟต์แวร์ 
ระบบปฏิบัติการ iOS
การเชื่อมต่อ
HDMI ไม่มี
LAN ไม่มี
ได้รับการรับรองจาก DLNA ไม่มี
ระบบเครือข่าย
วิทยุ ไม่มี
ระบบนำทาง มี
บลูทูธ มี
4G ไม่มี
3G ไม่มี
NFC ไม่มี
มาตราฐาน Wi-Fi 802.11n
แบตเตอรี่
ทอล์คไทม์ 10h
ประเภทแบตเตอรี่ Li-Polymer
เครื่องเสียง
ประเภทของลำโพง Stereo
ไมโครโฟนในตัว มี

รีวิว Apple iPad Air

techxcite.com
รีวิวเมื่อ 2014-08-06
สวัสดีครับทุกท่าน กลับมาพบกับ ป๋าเอก TechXcite สาขาเก่าเจ้าประจำกับการ Review และ Unboxing อุปกรณ์ไอทีใหม่ๆน่าสนใจกันเช่นเคย โดยในวันนี้ผมได้เดินทางไปที่ห้างมาบุญครองเพื่อสัมผัสกับ iPad Air แท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple กันที่ร้าน Happy Phone MBK http:/...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
techxcite.com
รีวิวเมื่อ 2014-08-06
สวัสดีครับชาว TechXcite กลับมาพบกับ ป๋าเอก อีกครั้งหลังจากที่ในพาร์ทแรกผมได้มีโอกาสแกะกล่องแรกสัมผัสกับ iPad Air แท็บเล็ตฟุลไซส์รุ่นล่าสุดจาก Apple กันไปแล้ว มาคราวนี้ผมก็ขอมา Review ความประทับใจจากการได้ใช้งาน iPad Air ร่วมๆ 2-3 วันกันตามสัญญาที่ได้ให้ไว...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
techxcite.com
รีวิวเมื่อ 2014-08-06
iPad อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าในวันนี้จะมี Review ของ iPad Air แท็บเล็ตรุ่นล่าสุดจาก Apple ออกมาจากเว็บไซต์ต่างๆในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าแล้วผมเลยรวบรวมเนื้อหาบางส่วนจาก Review รอบแรกของ iPad Air จากสื่อดังทั่วโ...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
droidsans.com
รีวิวเมื่อ 2013-11-21
Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 edition) ได้ถูกเปิดตัวไปพร้อมๆกับ Galaxy Note 3 แต่ว่าวางขายช้ากว่าเล็กน้อย โดยในไทยเราเริ่มขายเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งต้องบอกว่าฟีเจอร์ต่างๆของ Galaxy Note 10.1 เรียกว่าแทบจะเหมือนกับ Galaxy Note 3 แบบ 100% ต่างก...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
specphone.com
รีวิวเมื่อ 2013-11-10
ปีนี้ ผลิตภัณฑ์กลุ่มของ iPad นับว่าเป็นส่วนที่ได้รับความสนใจมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยมีการปรับเปลี่ยนบางจุดที่เรียกได้ว่าเป็นจุดตรงใจผู้บริโภค ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Apple ก็ได้เปิดวางจำหน่าย iPad Air ที่เป็นรุ่นต่อยอดมาจาก iPad 4...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
mobileasia.net
รีวิวเมื่อ 2013-11-08
หลังจากหยุดนิ่งมา 3 ปี ในที่สุด Apple ก็เปลี่ยนโฉมแท็บเล็ตรุ่นใหญ่สุดของพวกเขาส่งท้ายปี 2013 พร้อมกับปะยี่ห้อลงท้ายใหม่โดยยืมเอาชื่อซีรี่ส์โน้ตบุ๊กบางเบารุ่นดังของพวกเขาอย่าง Air เข้ามาแทนที่ระบบตัวเลข (iPad 2-4) โดยเลือกหยิบเอาดีไซน์ของ iPad mini เข้ามาผ...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
macthai.com
รีวิวเมื่อ 2013-10-30
วันนี้สื่อต่างประเทศหลายรายเริ่มออกรีวิว iPad Air รุ่นใหม่ของแอปเปิลแล้ว โดยเกือบทั้งหมดได้คะแนนด้านบวก โดยเฉพาะตัวเครื่องที่ทำได้บางกว่าเดิมถึง 28% และเบาลงกว่า 20% ทำให้ต่างจาก iPad รุ่นเดิมที่หนักและหนามากWalt Mossberg, AllThingsDแอปเปิลออกแบบ iPad Air...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >