เปรียบเทียบราคา Apple iPad Air 2 16GB เงิน

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPad Air 2 16GB เงิน ในไทยคือ

ซื้อ Apple iPad Air 2 16GB เงิน ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง จาก Shopee.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ July 2019.

แท็บเล็ต Apple iPad Air 2 16GB เงิน ยอดนิยม

Apple iPad Air 2 16GB เงิน รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPad Air 2 128GB เทา Wi-Fi + Cellular 39,500 บาท Shopee
Apple iPad Air 2 16GB เงิน ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 16GB ทอง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 64GB เงิน ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 128GB ทอง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 16GB ทอง ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 64GB เทา Wi-Fi + Cellular ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 128GB เงิน ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 16GB เทา ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 64GB เทา ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 64GB เงิน Wi-Fi + Cellular 34,399 บาท Shopee
Apple iPad Air 2 128GB เทา ไม่มีข้อเสนอ
Apple iPad Air 2 16GB ทอง Wi-Fi + Cellular 7,590 บาท Shopee
Apple iPad Air 2 128GB ทอง Wi-Fi + Cellular 10,000 บาท Shopee
Apple iPad Air 2 16GB เงิน Wi-Fi + Cellular 13,000 บาท Shopee
Apple iPad Air 2 16GB เทา Wi-Fi + Cellular 14,490 บาท JD CENTRAL
Apple iPad Air 2 64GB ทอง Wi-Fi + Cellular 15,000 บาท Shopee
Apple iPad Air 2 128GB เงิน Wi-Fi + Cellular 20,900 บาท JD CENTRAL
Apple iPad Air 2 64GB ทอง ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPad Air 2 16GB เงิน

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPad Air 2 16GB เงิน

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 9.7"
ความละเอียดหน้าจอ 1536 x 2048pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 264ppi
ทนต่อการขีดข่วน มี
เทคโนโลยีหน้าจอ IPS
มัลติทัช มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 8MP
โฟกัสอัตโนมัติ มี
ความละเอียดวีดีโอ Full HD
ความละเอียดกล้องหน้า 1.2MP
หน่วยความจำ
แรม 2GB
ประเภทหน่วยความจำ DDR3
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 7340mAh
ทอล์คไทม์ 10h
ประเภทแบตเตอรี่ Li-Polymer
หน่วยประมวลผล
หน่วยประมวลผลตระกูล Core Triple Core
ความเร็วของหน่วยประมวลผล 1.5Ghz
สถาปัตยกรรมบิต 64BIT
ดีไซน์
น้ำหนัก 437g
สี สีเงิน
ขนาด (W x H x D) 240 x 169.5 x 6.1mm
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล 128GB
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2014
ซอฟต์แวร์ 
ระบบปฏิบัติการ iOS 11
การเชื่อมต่อ
พอร์ตตัวเชื่อมต่อ USB 2.0 Micro B
LAN ไม่มี
HDMI ไม่มี
มาตรฐานสตรีมมิ่ง Miracast
ได้รับการรับรองจาก DLNA ไม่มี
ระบบเครือข่าย
วิทยุ ไม่มี
ระบบนำทาง มี
บลูทูธ มี
4G มี
3G มี
NFC ไม่มี
มาตราฐาน Wi-Fi 802.11g
เครื่องเสียง
ไมโครโฟนในตัว มี
ประเภทของลำโพง Stereo

รีวิว Apple iPad Air 2 16GB เงิน

macthai.com
รีวิวเมื่อ 2014-12-18
แรง เร็ว แบตอึด, เบามาก ถือนานๆ ได้ ไม่ล้าง่าย, ลำโพงเสียงดังกว่าเดิม หนักแน่น, จอสวยมาก ใช้ใต้แสงแดดจ้าได้ดีกว่าเดิม, Touch ID ยังแสกนนิ้วมือได้ดีสุดในตลาด...
บางมาก ทำให้งอได้ง่าย แนะนำใส่เคสเพิ่มเติม, ตำแหน่งการใช้ Touch ID อาจไม่สะดวกสักเท่าไร, โดยรวมไม่ต่างจาก iPad Air มากนัก...
แอปเปิลเปิดตัว iPad Air เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา ด้วยสโลแกนความบางและเบา หนึ่งปีผ่านไปแอปเปิลกลับมาอีกครั้งพร้อมกับ iPad Air 2 ที่ว่ากันว่าบางที่สุดในโลก และเบายิ่งกว่าเดิม, หน้าจอแบบใหม่ลดแสงสะท้อน, Touch ID รวมถึงปรับปรุงความเร็วของเครือข่ายไร้สายด้วย ซึ่...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
specphone.com
รีวิวเมื่อ 2014-11-29
ดีไซน์ออกแบบมาได้ดีเช่นเคย ตัวเครื่องบาง น้ำหนักเบา ถือนานๆ ไม่ค่อยล้า เป็นแท็บเล็ตที่หน้าจอสวยมาก แสงสะท้อนก็น้อย ใช้งานกลางแดดได้สบาย มาพร้อมกับ Touch ID ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นเยอะ กล้องหลังพัฒนาขึ้นไปจากรุ่นก่อนค่อนข้างมาก จับโฟกัสไว ถ่ายง่าย แบตเตอ...
ฝาหลังค่อนข้างบาง ทำให้เวลาเปิดเสียงลำโพงจะรู้สึกเลยว่าฝาหลังสั่น ไม่สามารถใช้งานร่วมกับเคส iPad Air รุ่นแรกได้ เนื่องจากช่องของกล้องไม่ตรงกัน...
สำหรับเจ้า iPad Air 2 ก็ถือเป็นการปรับปรุงจาก iPad Air รุ่นแรกทั้งในเรื่องของสเปคที่แรงขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งการปรับเปลี่ยนดีไซน์ในบางส่วนและเพิ่มเติมสียอดฮิตของพี่น้องชาวไทยอย่างสีทองเข้ามาเพิ่มอีกด้วย โดยสเปคที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นหลักๆ ก็จะอยู่ที่ตัว CPU ที...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
flashfly.net
รีวิวเมื่อ 2014-11-16
วางจำหน่ายกันเป็นที่เรียบร้อยกับกับแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple ในรุ่น iPad Air 2 และ iPad mini 3 ในรุ่น WiFi ส่วนรุ่นใส่ซิม Wi-Fi + Cellular นั้นก็กำลังจะวางจำหน่ายตามมาในเร็วๆนี้ โดยวันนี้ทีมงาน @flashfly ก็จะมาแกะกล่อง iPad Air 2 สีทองที่บางเฉียบเพี...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
itcoolgang.com
รีวิวเมื่อ 2014-11-12
หลังจากประมาณกลางปีที่แล้ว Apple ได้เปิดตัว iPad Air ซึ่งเป็นการได้ทำการปรับปรุงรูปลักษณ์ ทำให้มีความบางขึ้น เบาขึ้น และที่สำคัญเร็วขึ้นกว่าเก่า ในเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา Apple ก็ได้ทำการส่ง iPad Air รุ่นที่ 2 ออกมา ซึ่งบางลงอีก จะมีอะไรเปลี่ยนไปมากแค่ไหน มา...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >