ราคา Apple iPad (2018) และสเปก

Apple iPad (2018) เป็นแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับความละเอียด 264ppi ประมวลผลด้วย Quad Core จับคู่กับแรม 2GB ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ กล้องหลังความละเอียด 8MP ล้านพิกเซล ให้ถ่ายรูปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ พกพาง่ายด้วยน้ำหนักเพียง 469g และความจุของตัวเครื่องก็มีมากถึง 128GB อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
Apple iPad (2018) เป็นแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับความละเอียด 264ppi ประมวลผลด้วย Quad Core จับคู่กับแรม 2GB ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ กล้องหลังความละเอียด 8MP ล้านพิกเซล ให้ถ่ายรูปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ พกพาง่ายด้วยน้ำหนักเพียง 469g และความจุของตัวเครื่องก็มีมากถึง 128GB อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ความจุ
ร้านค้าแนะนำใน Power Buy
19,900 บาท
11,500 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple iPad (2018)

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPad (2018) ในไทยคือ 10,490 บาท

ซื้อ Apple iPad (2018) ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 10,490 บาท จาก LazMall by Lazada ถูกกว่า Apple iPad (2018) ใน Power Buy ที่ขายในราคา 11,500 บาท ถึง 9%, หรือเลือกซื้อจาก Lazada2 และ Power Buy.
หรือเลือกซื้อ Apple iPad (2018) ใน อินโดนีเซีย ที่ Tokopedia ในราคาเพียง 2,876 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 8,689 บาท และ สิงคโปร์ ที่ LazMall by Lazada ในราคาเพียง 10,503 บาท และ เวียดนาม ที่ Adayroi ในราคาเพียง 8,767 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ June 2019.

แท็บเล็ต Apple iPad (2018) ยอดนิยม

ราคา Apple iPad (2018) ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
อินโดนีเซีย IDR 1.425.000 2,876 บาท
มาเลเซีย MYR 1,259.00 8,689 บาท
สิงคโปร์ SGD 498.00 10,503 บาท
ไทย THB 10,490 10,490 บาท
เวียดนาม VND 7.150.000 8,767 บาท

Apple iPad (2018) รุ่นต่าง ๆ

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPad (2018)

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPad (2018)

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 9.7"
ความละเอียดหน้าจอ 1536 x 2048pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 264ppi
มัลติทัช มี
ทนต่อการขีดข่วน มี
เทคโนโลยีหน้าจอ IPS
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 8MP
โฟกัสอัตโนมัติ ไม่มี
ความละเอียดกล้องหน้า 1.2MP
ความละเอียดวีดีโอ Full HD
หน่วยความจำ
แรม 2GB
ประเภทหน่วยความจำ DDR3
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 8827mAh
ทอล์คไทม์ 10h
ประเภทแบตเตอรี่ Li-Polymer
หน่วยประมวลผล
หน่วยประมวลผลตระกูล Core Quad Core
ความเร็วของหน่วยประมวลผล 2.3Ghz
สถาปัตยกรรมบิต 64BIT
ดีไซน์
น้ำหนัก 469g
ขนาด (W x H x D) 169.5 x 240 x 7.5mm
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล 128GB
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2018
ซอฟต์แวร์ 
ระบบปฏิบัติการ iOS 11
การเชื่อมต่อ
พอร์ตตัวเชื่อมต่อ USB 2.0 Micro B
LAN ไม่มี
HDMI ไม่มี
มาตรฐานสตรีมมิ่ง Google Cast
ได้รับการรับรองจาก DLNA ไม่มี
ระบบเครือข่าย
วิทยุ ไม่มี
ระบบนำทาง มี
บลูทูธ มี
4G มี
3G มี
NFC ไม่มี
มาตราฐาน Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
เครื่องเสียง
ประเภทของลำโพง Stereo
ไมโครโฟนในตัว มี

เกี่ยวกับดีไซน์ สเปค และราคา iPad 2018

iPad 2018 ไอแพดใหม่จาก Apple พร้อมจอ 9.7 นิ้วขนาดกะทัดรัด โดย iPrice ประเทศไทย

iPad 2018 ไอแพดใหม่ของ Apple ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและว่ากันว่าวางจำหน่ายไปเป็นที่เรียบร้อย มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า iPad 9.7 และนี่ก็เป็น iPad อีกรุ่นที่สาวกของแอปเปิ้ลไม่ควรพลาด เพราะมีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือรุ่นที่รองรับ Wi-Fi และรุ่นที่รองรับ Wi-Fi กับ Cellular สามารถรองรับซิมการ์ดมือถือได้ รุ่นที่รองรับได้แค่ Wi-Fi จะเบากว่า หน้าจอของ iPad 2018 ทั้งสองรุ่นมีขนาดเท่ากันคือ 9.4 นิ้ว (9.7 นิ้วในแนวทแยง) จอภาพเรตินา (Retina) คมชัด ความละเอียด 2048 × 1536 พิกเซลที่ 264ppi พร้อมเทคโนโลยี IPS จึงสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ทุกครั้งที่ใช้งาน ทั้งยังเคลือบสารกันรอยนิ้วมือ จึงไม่ต้องคอยกังวลและเช็ดหน้าจออยู่บ่อย ๆ ส่วนความจุของไอแพดก็เท่ากันทั้งคู่คือ 32GB และ 128GB ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามรูปแบบการใช้งานกับไลฟ์สไตล์ได้เลย แล้วราคา iPad 9.7 นี้ก็ต่างกันเล็กน้อย อย่างรุ่นที่รองรับแค่ Wi-Fi ราคาก็เริ่มต้นที่ 11,500 บาท แต่รุ่นที่รองรับ Wi-Fi + Cellular ก็เริ่มต้นที่ 16,500 บาท แล้วถ้าหากเลือกซื้อ iPad 2018 กับ iPriceThailand ก็จะได้เป็นเจ้าของในราคาที่ถูกกว่า เพราะเรามีดีลดี ๆ คูปองส่วนลดสุดคุ้ม และโปรโมชั่นเด็ด ๆ จากร้านค้าออนไลน์ชื่อดังของไทยมาบริการเพียบ รับรองว่าจะช้อปไอแพดใหม่ตัวนี้ได้ในราคาที่ถูกและดีที่สุดแน่นอน

iPad 9.7 มาพร้อม Apple Pencil เพื่องานศิลปะและการจดบันทึกที่สร้างสรรค์

ในส่วนของสเปค ฟังก์ชันการใช้งาน และคลามลื่นไหลของ iPad ใหม่นี้ Apple ก็ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง เพราะ iPad 2018 หรือ iPad 9.7 มาพร้อมชิพ A10 Fusion 64 บิต และยังมีโปรเซสเซอร์ร่วม M10 ในตัวอีกต่างหาก จึงแรง เร็ว และลื่นไหลเป็นที่สุด กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล ไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือวิดีโอคอลก็คมชัดสะใจ มี Siri ผู้ช่วยอัจฉริยะเหมือนเดิม สามารถตั้งเตือนความจำ ใช้งานแฮนด์ฟรี หรือฟังเพลงได้แบบสบาย ๆ การปลดล็อคตัวเครื่อง iPad 2018 ยังคงคอนเซ็ปต์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มโฮมเช่นเดิม แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมพอลิเมอร์ขนาด ใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมง แล้วสิ่งที่เจ๋งที่สุดของ iPad 9.7 นี้ก็คือ Apple Pencil ตัวช่วยอัจฉริยะอีกหนึ่งอันที่พร้อมให้สร้างสรรค์งานศิลปะ ทำงาน และจดบันทึกได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะจิ้มตรงไหนของหน้าจอก็แม่นยำทุกจุด ทั้งยังใช้งานได้ลื่นปรื้ด จึงขีดเขียนได้อย่างมีความสุขและใช้งานได้แบบมือโปร แล้วตัวปากกายังใช้งานได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมง และเมื่อแบตหมดก็ชาร์จใหม่ได้ทันทีด้วยพอร์ต Lightning iPad 2018 รุ่นนี้จึงเหมาะกับสาวก Apple iPad ที่ชอบเขียนบันทึกและงานศิลปะเป็นอย่างมาก แล้ว iPad ราคาคุ้มค่ารุ่นนี้ก็จะไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวังเป็นอันขาด

รีวิว Apple iPad (2018)

cyberbiz.in.th
รีวิวเมื่อ 2018-06-12
ทำราคาให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษา รองรับการใช้งานคู่กับ Apple Pencil หน้าจอแสดงผล Retina ขนาด 9.7 นิ้ว...
ต้องซื้อปากกา Apple Pencil เพิ่มอีก 3,400 บาท กรณีที่ซื้อมาใช้งานหนักๆ แนะนำให้ซื้อรุ่น 128 GB เพราะ 32 GB แค่ลงแอป เก็บรูปก็หมดแล้ว...
ข้อดีข้อสังเกตในแง่ของการออกแบบตัว iPad 6th Gen ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นเดิมมากนัก เนื่องจากยังคงใช้จอขนาด 9.7 นิ้ว ที่มีขอบจอหนาเช่นเดิม ทำให้ขนาดเครื่องอยู่ที่ 240 x 169.5 x 7.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 469 – 478 กรัม วางจำหน่ายด้วยกัน 3 สี คือ สีเง...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
specphone.com
รีวิวเมื่อ 2018-05-30
ราคาจับต้องได้, สเปคแรง, หน้าจอสวย, รองรับ Apple Pencil, ใช้งานแทน PC ได้บางการใช้งาน, ข้อสังเกต, คุณภาพของภาพถ่าย ธรรมดามาก, หน้าจอมีช่องว่างระหว่างหน้าจอกับกระจกเยอะ (แก๊ป)...
คุณภาพของภาพถ่าย ธรรมดามาก, หน้าจอมีช่องว่างระหว่างหน้าจอกับกระจกเยอะ (แก๊ป)
iPad Generation 6 หรือ iPad 2018 เป็นการนำ iPad 2017 มาปรับสเปคใหม่ ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ การรองรับ Apple Pencil และ ชิปประมวลผล Apple A10 ที่แรงขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญเคยคือ ราคาที่จับต้องได้ แต่มันไม่ได้มีเพียงแค่นั้น iPad 2018 ยังสามารถทำอะไรได้มากกว่าท...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
notebookspec.com
รีวิวเมื่อ 2018-04-27
เป็นที่ทราบกันดีครับว่าในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานั้นถือได้ว่าเป็นปีที่แท็บเล็ตไม่ค่อยจะบูมเท่าไร ถึงแม้ว่าทางผู้ผลิตต่างก็พยายามที่จะเปิดตัวและวางจำหน่ายแท็บเล็ตแบบปีต่อปีกันมาอย่างต่อเนื่องก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์นั้นก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมแม้แต่น้อยครับ อย่...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
notebookspec.com
รีวิวเมื่อ 2018-04-27
เป็นที่ทราบกันดีครับว่าในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานั้นถือได้ว่าเป็นปีที่แท็บเล็ตไม่ค่อยจะบูมเท่าไร ถึงแม้ว่าทางผู้ผลิตต่างก็พยายามที่จะเปิดตัวและวางจำหน่ายแท็บเล็ตแบบปีต่อปีกันมาอย่างต่อเนื่องก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์นั้นก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมแม้แต่น้อยครับ อย่...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >