จักรยานไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางใกล้ ๆ อย่างซื้อของหน้าปากซอย ขี่รถเล่นในสวน หรือแม้การขับขี่ทางไกลอย่างไปทำงานในเมืองก็สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายไปในตัวโดยไม่ต้องมานั่งทนกับรถติดอยู่เป็นชั่วโมง ๆ ที่สำคัญยังเป็นการลดมลพิษให้กับโลกด้วยนะ พบกับสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเลือกซื้อจักรยานชนิดนี้ พร้อมเช็คจักรยานไฟฟ้าราคา เปรียบเทียบราคา และรับส่วนลดโปรโมชั่นมากมายได้ที่ iPrice Thailand

จักรยานไฟฟ้าคืออะไร ? | วิธีเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า ต้องดูที่อะไรบ้าง ? | จักรยานไฟฟ้าซื้อที่ไหน ?

SKG Xiaomi G-Force INMOTION Komine
_

สินค้าติดเทรนด์มาแรงใน จกรยานไฟฟา

จักรยานไฟฟ้า Komine จักรยานไฟฟ้า G-Force จักรยานไฟฟ้า INMOTION

ลิสต์ราคา จักรยานไฟฟ้า ยอดนิยมปี 2021

ยอดนิยม
Xiaomi จักรยานไฟฟ้า รุ่น HIMO C26

ราคาดีที่สุดที่ Shopee 31,000 บาท ไปที่ร้านค้า

วิธีเลือกจักรยานไฟฟ้าให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ถ้าไม่นับรวมเทรนด์สุขภาพ และเทรนด์รักษ์โลกที่กำลังเป็นที่สนใจในหลายปีมานี้ เหตุผลหนึ่งที่เราเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าหรือที่รู้จักกันในชื่อ E-Bike ก็เพื่อความสะดวกสบายนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในหมู่บ้าน พื้นที่ใกล้เคียง หรือแม้กระทั่งการเดินทางไปใช้รถไฟฟ้าหรือขนส่งมวลชนต่าง ๆ เป็นต้น เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางในระยะที่ไม่ไกลมากจนเกินไป ช่วยให้การเดินทางคล่องตัว และยังถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวในเวลาเดียวกัน รถจักรยานไฟฟ้ามีหลากสไตล์หลายรูปแบบให้เลือก อีกอย่างจักรยานไฟฟ้า ราคาก็แตกต่างกันด้วย จะเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับฟังก์ชั่นของแต่ละรุ่น ลองซื้อไว้ใช้ยังไงก็คุ้ม

จักรยานไฟฟ้าคืออะไร ?

จักรยานไฟฟ้าเป็นรถจักรยานธรรมดา แต่มีการติดตั้งมอเตอร์เข้าไปด้วย เพื่อช่วยทุ่นแรงในการขับขี่ มอเตอร์สำหรับใช้ในการขับเคลื่อนในจักรยานมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน โดยจะมีระดับแรงดันไฟตั้งแต่ 250, 350, 500, 1000, 1500, 2000 ไปจนถึง 3000 วัตต์ เหมือนกับแรงม้าในรถยนต์ ซึ่งการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าจะใช้ในการส่งกำลังจาก มอเตอร์ผ่านโซ่ไฟฟ้าไปขับยังล้อจักรยาน ใช้สำหรับเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อน โดยสามารถทำความเร็วได้ตั้งแต่ 24 ถึง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จักรยานชนิดนี้มีทั้งแบบที่สามารถพับเก็บได้ และแบบที่ไม่สามารถพับเก็บได้ ทั้ง 2 แบบนี้มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน แบบที่สามารถพับเก็บได้นั้น ค่อนข้างง่ายในการพกพา คุณสามารถพับเก็บขึ้นรถสาธารณะได้ เพราะรถกลุ่มนี้มีน้ำหนักที่เบากว่า ส่วนแบบที่ไม่สามารถพับเก็บได้ จะมีข้อเสียในเรื่องการเคลื่อนย้าย เมื่อใช้เสร็จแล้วต้องจอดไว้เท่านั้น แต่ก็มีข้อดีที่หลากหลาย เช่น ความจุแบตเตอรี่ที่มากกว่าทำให้ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า และรองรับน้ำหนักได้มากกว่า ในการเลือกซื้อควรดูจากความชอบส่วนตัวรวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต จะได้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

วิธีเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า ต้องดูที่อะไรบ้าง ?

สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าดี ๆ สักคัน แต่ไม่รู้วิธีเลือกซื้อ ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรามีทริคง่าย ๆ ในการเลือกซื้อมาฝาก ซึ่งก็คือ

มอเตอร์

มอเตอร์ที่นิยมใช้กันในจักรยานไฟฟ้าจะเป็นแบบไร้แปรงถ่าน เพราะมอเตอร์ประเภทนี้ประสิทธิภาพสูงถึง 80-90% ขนาดมอเตอร์ใหญ่จะสามารถทำงานได้ดีกว่า มีอัตราการเร่งและความเร็วสูง หากใช้งานในระยะสั้น ๆ อย่างขี่เล่นในซอย ออกไปซื้อของใกล้บ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูง เลือกรุ่นที่มีมอเตอร์ 250W ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว แต่ถ้าขับออกนอกบ้านบ่อย ๆ อย่างบนถนนใหญ่ มอเตอร์ที่มีกำลังสูงจะให้ความมั่นใจในการพุ่งตัว และแซงซ้ายขวาได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความเร็วของจักรยานขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น อย่างน้ำหนัก รวมถึงสภาพของรถด้วย จักรยานสภาพใหม่ที่มีน้ำหนักไม่เยอะ ก็จะยิ่งช่วยให้คุณเพิ่มอัตราเร่งได้ดียิ่งขึ้น

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่เป็นหัวใจของจักรยานไฟฟ้าที่ช่วยในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า แบตเตอรี่ก้อนเล็ก ๆ ขนาดเบาสามารถตอบสนองการเดินทางระยะสั้นประมาณ 5-10 กิโลเมตรได้ หากเดินทางมากกว่า 10 เมตรขึ้นไป ความจุของแบตเตอรี่ก็ต้องเยอะตามไปด้วย ลองสำรวจก่อนว่าในแต่ละวันเดินทางไกลแค่ไหน จึงจะเลือกความจุแบตได้อย่างเหมาะสม สำหรับรถจักรยานไฟฟ้าแบตเตอรี่จะมีความจุอยู่ที่ 4.5Ah, 7.5Ah, 11Ah และ 16Ah คุณสามารถเลือกขนาดแบตที่เหมาะสมจากปัจจัยคร่าว ๆ ได้ดังนี้

  • ถ้าเดินทางไกลกว่า 10 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตหนึ่งครั้ง ต้องซื้อจักรยานที่มีความจุแบตประมาณ 4.5Ah
  • หากรถจักรยานมีแรงฝืดจากล้อ ลูกปืน หรือน้ำหนักของรถ ระยะในการเดินทางจะทำได้สั้นลง เพราะความฝืดจะกินไฟจากแบตมากขึ้น
  • หากขับด้วยความเร็วอสูงอยู่ตลอดเวลา อย่างการออกกำลังกายในสวน ควรเลือกแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงที่สุดอย่างรุ่น 16Ah

วัสดุพลาสติกที่นำมากระกอบ

วัสดุที่ใช้ในการผลิตรถจักรยานไฟฟ้าไม่ได้มีแค่โลหะเท่านั้น แต่บางส่วนมีส่วนประกอบของพลาสติกด้วย พลาสติกที่ดีควรเป็นแบบ ABS หรือพลาสติกประเภทเดียวกับที่ใช้กับมอเตอร์ไซค์ เพราะมีคุณสมบัติในการทนทานต่อแสงแดด ในแสงแดดจะมีรังสีอุลตร้าไวโอเลตที่ทำให้การเชื่อมต่อโมเลกุลของพลาสติกเสื่อมสลายสภาพลงได้ จักรยานที่ทำจากพลาสติกคุณภาพต่ำจะแห้งกรอบและแตกหักภายใน 2-3 ปี ทำให้ตัวรถหมดความสวยงาม ไม่สามารถเชื่อมต่อวัสดุต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้

อุปกรณ์ต่าง ๆ

อุปกรณ์ต่าง ๆ ของจักรยาน เช่น เบรค เกียร์ โช๊ค ฯลฯ อุปกรณ์พวกนี้จะติดตั้งกับจักรยานไฟฟ้ามาให้ตั้งแต่แรก ก่อนเลือกซื้อลองเช็คสภาพว่าทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อีกอย่างที่ต้องเช็คคือสายไฟ สายไฟควรมีปริมาณทองแดงที่เหมาะสม ใช้ฉนวนเปลือกคุณภาพดีที่ไม่มีการลอกล่อน รถจักรยานไฟฟ้าสภาพไม่ดีเมื่อใช้ไปนาน ๆ สายไฟจะกรอบ ส่งผลทำให้มอเตอร์จักรยานใช้งานไม่ได้

จักรยานไฟฟ้าซื้อที่ไหน ?

คุณสามารถเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าแบรนด์ดังต่าง ๆ จากร้านค้าชั้นนำอย่าง Central, HomePro, Power Buy, Officemate, King Power ไปจนถึงตัวแทนจำหน่ายร้านอื่น ๆ ได้ทั่วประเทศ แต่ละสาขาจะมีจักรยานรุ่นที่วางจำหน่ายไม่เหมือนกัน แต่สาขาเล็ก ๆ บางแห่งอาจจะไม่มีสินค้า ดังนั้นก่อนไปที่ร้านแนะนำให้โทรสอบถามก่อน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปที่ร้านหลายรอบ ถ้าหากคุณไม่อยากเสียเวลาออกจากบ้านก็สามารถเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า ราคาไม่แพงได้ที่เว็บไซต์ของเรา มีให้เลือกอย่างครบครัน เพราะเราได้คัดสรรร้านค้าออนไลน์ชั้นนำจากทั่วประเทศไว้ให้คุณแล้ว รับรองว่าคุณจะได้ซื้อจักรยานไฟฟ้าราคาถูกคุณภาพดีไปปั่นกันได้อย่างสบายใจ หากสินค้ามีปัญหาก็สามารถส่งเปลี่ยนกับที่ร้านได้โดยตรง ไม่มีการโกง ปลอดภัยทุกการช้อปปิ้งแน่นอน

นอกเหนือจากวิธีการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าแล้ว การดูแลรักษาก็เป็นสิ่งสำคัญ หมั่นเช็คสภาพลมยางอย่างสม่ำเสมอ ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง หลีกเลี่ยงการจอดจักรยานไว้ในที่แสงแดดร้อนจัด เพราะความร้อนจะส่งผลต่อการทำงานของแบตเตอรี่และมอเตอร์ได้ หากพร้อมแล้วก็ไปเช็คจักรยานไฟฟ้า ราคา เปรียบเทียบราคา เลือกสินจักรยานไฟฟ้าราคาถูกจากแบรนด์ดัง พร้อมตรวจสอบโปรโมชั่นโดนใจมากมายได้แล้วที่ iPrice Thailand ที่เดียวครบ สุดคุ้ม!

NEW